
- Admin
- บทความ
- 24 Aug 2026
เสียงจักรเย็บผ้าที่เคยลื่นไหลนุ่มนวล จู่ๆ กลับมีเสียงดังกรอบแกรบ เข็มขาดบ่อยขึ้น หรือด้ายพันกันทั้งที่ไม่ได้ปรับตั้งค่าอะไรเลย ปัญหาแบบนี้ที่ช่างเย็บผ้าและโรงงานตัดเย็บเจอกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่มีต้นตอเดียวกันคือ “น้ำมันจักร” ไม่พอ หรือใช้ผิดชนิด
น้ำมันจักรอาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับด้าย เข็ม หรือตัวเครื่องจักรราคาแพง แต่ในความเป็นจริงมันคือปัจจัยที่กำหนดอายุการใช้งานของจักรทั้งเครื่อง บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักน้ำมันจักรอย่างละเอียด ตั้งแต่มันคืออะไร ทำไมต้องหยอดเป็นประจำ สัญญาณเตือนที่บอกว่าจักรกำลังขาดน้ำมัน ไปจนถึงวิธีหยอดที่ถูกต้อง และผลเสียที่ตามมาถ้าใช้น้ำมันผิดประเภทหรือปล่อยจักรแห้งนานเกินไป
สรุปประเด็นสำคัญ
- น้ำมันจักรคือน้ำมันแร่บริสุทธิ์ (White Oil) ใช้ลดแรงเสียดทานในชิ้นส่วนโลหะที่เคลื่อนที่เร็วของจักรเย็บผ้า
- จักรใช้งานหนักในโรงงานควรหยอดน้ำมันทุกวันหรือทุกกะทำงาน ส่วนจักรใช้ที่บ้านหยอดทุก 3-4 เดือน หรือทุก 8-10 ชั่วโมงการใช้งาน
- สัญญาณเตือนจักรขาดน้ำมัน ได้แก่ เสียงดังผิดปกติ ด้ายขาดบ่อย เข็มหักถี่ และมือหมุนรู้สึกฝืด
- ห้ามใช้น้ำมันพืช น้ำมันเครื่องยนต์ หรือ WD-40 แทนน้ำมันจักรเด็ดขาด เพราะทำให้เหนียวเหนอะและกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะ
สารบัญ
- น้ำมันจักรคืออะไร
- ทำไมจักรเย็บผ้าต้องหยอดน้ำมันเป็นประจำ
- สัญญาณเตือนว่าจักรกำลังขาดน้ำมัน
- ควรหยอดน้ำมันจักรบ่อยแค่ไหน
- วิธีหยอดน้ำมันจักรให้ถูกจุด ถูกวิธี
- ใช้น้ำมันผิดประเภทหรือไม่หยอดเลย จะเกิดอะไรขึ้น
- น้ำมันจักร (White Oil) ต่างจากน้ำมันหล่อลื่นชนิดอื่นยังไง
- เก็บรักษาน้ำมันจักรและข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
- FAQ — คำถามที่พบบ่อย
- บทสรุป
น้ำมันจักรคืออะไร
น้ำมันจักร หรือที่ช่างเรียกกันติดปากว่า “White Oil” คือน้ำมันแร่ (mineral oil) ที่ผ่านการกลั่นละเอียดจนใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมีความหนืดต่ำ คุณสมบัติสำคัญคือมีโครงสร้างเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว แทบไม่มีสารอะโรมาติก กำมะถัน หรือไนโตรเจนเจือปน ทำให้ไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะ ไม่ก่อคราบเหนียว และไม่ทำให้ผ้าหรือด้ายเปื้อนสีเหลืองเหมือนน้ำมันเกรดต่ำทั่วไป
ความหนืดของน้ำมันจักรที่ใช้กันมากที่สุดมักอยู่ในเกรด ISO 32 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กับจักรเย็บผ้าทั่วไปทั้งจักรบ้านและจักรอุตสาหกรรม ส่วนเครื่องจักรเฉพาะทางบางรุ่นอาจต้องใช้เกรด ISO 46 หรือ ISO 68 ที่มีความหนืดสูงกว่า ก่อนใช้จึงควรเปิดคู่มือเครื่องหรือสอบถามผู้ขายให้แน่ใจว่าเลือกเกรดถูกต้อง เพราะน้ำมันหนืดเกินไปจะไหลเข้าจุดหมุนเล็กๆ ไม่ถึง ส่วนน้ำมันใสเกินไปก็ระเหยเร็วและหล่อลื่นได้ไม่นาน
ที่ทรงไทยเท็กซ์ไทล์เองก็มี น้ำมันจักร White Oil คุณภาพสูง บรรจุขนาด 1 ลิตร 5 ลิตร ไปจนถึงถังใหญ่ 200 ลิตร รองรับตั้งแต่ช่างเย็บที่บ้านไปจนถึงโรงงานตัดเย็บขนาดใหญ่ที่ต้องหยอดน้ำมันจักรวันละหลายเครื่อง

ทำไมจักรเย็บผ้าต้องหยอดน้ำมันเป็นประจำ
จักรเย็บผ้าไม่ว่าจะเป็นรุ่นบ้านหรือรุ่นอุตสาหกรรม ภายในมีชิ้นส่วนโลหะที่เสียดสีกันตลอดเวลาขณะทำงาน ตั้งแต่แกนเพลาหมุน ตะขอจับด้าย (hook) คันเหยียบ ไปจนถึงกลไกป้อนผ้า ยิ่งจักรอุตสาหกรรมที่เย็บได้เร็วถึงหลักพันรอบต่อนาที ความเสียดทานที่เกิดขึ้นก็ยิ่งสูงและสะสมความร้อนเร็วตามไปด้วย ถ้าไม่มีชั้นน้ำมันคั่นกลางไว้ โลหะจะเสียดสีกันโดยตรงจนสึกกร่อน
น้ำมันจักรทำหน้าที่สร้างฟิล์มบางๆ คั่นระหว่างผิวโลหะ ลดแรงเสียดทาน ระบายความร้อนออกจากจุดหมุน และช่วยพัดพาเศษฝุ่นผ้า เศษด้าย ที่หลุดเข้าไปในกลไกออกมา ผลคือจักรทำงานลื่นไหล เสียงเงียบ ไม่กินไฟเกินความจำเป็น และที่สำคัญคือยืดอายุชิ้นส่วนโลหะภายในให้ใช้งานได้นานหลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่บ่อยๆ
อีกผลที่คนมักมองข้ามคือคุณภาพของงานเย็บเอง เมื่อกลไกจักรฝืดหรือแห้งน้ำมัน แรงดึงด้ายจะไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตะเข็บมีจุดหลวมจุดแน่นสลับกัน ด้ายขาดกลางตะเข็บ หรือผ้าย่นบริเวณรอยเย็บ ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ด้วยการปรับความตึงด้ายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือหยอดน้ำมันให้เพียงพอก่อนเสมอ
สัญญาณเตือนว่าจักรกำลังขาดน้ำมัน
ก่อนจักรจะพังจนต้องเข้าอู่ซ่อม มันมักส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้สังเกตได้ก่อนเสมอ จุดสังเกตแรกและง่ายที่สุดคือเสียง ถ้าจักรเริ่มมีเสียงดังกรอบแกรบ เสียงหวีดจากสายพาน หรือเสียงโลหะครูดกัน นั่นคือสัญญาณว่าจุดหมุนบางจุดกำลังขาดน้ำมันหล่อลื่น นอกจากเสียงยังมีอาการอื่นที่สังเกตได้ไม่ยากเช่นกัน
- เสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงกรอบแกรบ เสียงหวีด หรือเสียงครูดจากสายพานและจุดหมุน
- มือหมุนหรือคันเหยียบรู้สึกฝืด หนืด ไม่ลื่นไหลเหมือนเดิม
- ด้ายขาดบ่อยผิดปกติ หรือตะเข็บข้ามฝีเข็ม (skipped stitches) ทั้งที่ตั้งค่าตึงด้ายถูกต้องแล้ว
- เข็มหักถี่กว่าปกติ เพราะกลไกฝืดทำให้เข็มต้องออกแรงเจาะผ้ามากขึ้น
- มีคราบสนิมหรือรอยเหลืองปรากฏตามจุดหมุนและแผ่นเพลท
ถ้าสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว แนะนำให้หยุดใช้งานแล้วหยอดน้ำมันทันที เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ฝุ่นผ้าที่ผสมกับน้ำมันแห้งจะจับตัวแข็งกลายเป็นคราบเหนียวคล้ายยาง ซึ่งขัดออกยากกว่าการป้องกันไว้ก่อนมาก
ควรหยอด น้ำมันจักร บ่อยแค่ไหน
ความถี่ในการหยอดน้ำมันจักรขึ้นอยู่กับปริมาณและความหนักของการใช้งานเป็นหลัก ไม่มีตัวเลขตายตัวเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง แต่พอมีแนวทางคร่าวๆ ให้อ้างอิงได้ตามลักษณะการใช้งาน
- จักรบ้าน ใช้งานเบา (เย็บงานอดิเรกเป็นครั้งคราว)
- หยอดน้ำมันทุก 3-4 เดือน
- จักรบ้าน ใช้งานหนัก (เย็บแทบทุกวัน)
- หยอดน้ำมันทุก 8-10 ชั่วโมงการใช้งาน หรือประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- จักรอุตสาหกรรมในโรงงาน ใช้งานต่อเนื่องทุกวัน
- ควรหยอดน้ำมันทุกวันก่อนเริ่มกะทำงาน และตรวจเช็คระดับน้ำมันในถังเป็นประจำ
จักรอุตสาหกรรมรุ่นใหม่หลายรุ่นออกแบบให้มีระบบหล่อลื่นอัตโนมัติในตัวเครื่องอยู่แล้ว โดยมีถังน้ำมันในตัว (oil bath) ที่จ่ายน้ำมันไปตามจุดหมุนเองระหว่างเครื่องทำงาน ผู้ใช้งานมีหน้าที่แค่ตรวจเช็คระดับน้ำมันผ่านช่องมองข้างเครื่องเป็นประจำ เติมเมื่อระดับต่ำกว่าขีดที่กำหนด และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทั้งหมดประมาณทุก 2 ปีเพื่อให้การหล่อลื่นยังคงมีประสิทธิภาพและสะอาดอยู่เสมอ
ส่วนจักรบ้านรุ่นใหม่บางรุ่นก็เป็นระบบซีลปิดหล่อลื่นในตัว ไม่ต้องหยอดเองเลยตลอดอายุการใช้งานปกติ จุดสำคัญที่สุดคือควรเปิดคู่มือเครื่องของตัวเองดูก่อนเสมอ เพราะผู้ผลิตแต่ละเจ้าออกแบบระบบหล่อลื่นไม่เหมือนกัน การเดาความถี่เอาเองอาจทำให้หยอดน้อยเกินไปจนจักรแห้ง หรือหยอดมากเกินไปจนน้ำมันเปื้อนผ้า
วิธีหยอด น้ำมันจักร ให้ถูกจุด ถูกวิธี
การหยอดน้ำมันจักรที่ถูกวิธีไม่ใช่แค่หยดน้ำมันลงไปตรงไหนก็ได้ที่เห็นโลหะ แต่ต้องหยอดให้ตรงจุดหมุนและจุดเสียดสีจริงๆ เพื่อไม่ให้น้ำมันไหลเลอะเทอะจนเปื้อนผ้าที่กำลังเย็บ ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้หยอดน้ำมันได้ผลดีที่สุด
- ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กจักรก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันเข็มขยับขณะทำความสะอาด
- เปิดฝาครอบและแผ่นเพลท เอาฝุ่นผ้าและเศษด้ายที่สะสมอยู่ออกให้หมดด้วยแปรงหรือลมเป่า ก่อนหยอดน้ำมันทุกครั้ง เพราะถ้าหยอดทับฝุ่นจะยิ่งจับตัวเป็นคราบเหนียว
- หยอดน้ำมันทีละ 1-2 หยดที่จุดหมุน แกนเพลา และตะขอจับด้าย (hook) ตามตำแหน่งที่คู่มือเครื่องระบุไว้ อย่าราดจนท่วม
- หมุนมือหมุนหรือเดินเครื่องเบาๆ สักครู่โดยไม่มีผ้า เพื่อให้น้ำมันกระจายเข้าจุดหมุนอย่างทั่วถึง
- เช็ดน้ำมันส่วนเกินที่ล้นออกมาด้วยผ้าสะอาด แล้วทดลองเย็บบนเศษผ้าก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำมันติดไปกับตะเข็บจริง

ข้อควรระวังคือห้ามหยอดน้ำมันมากเกินไปเด็ดขาด เพราะน้ำมันส่วนเกินจะซึมออกมาเปื้อนผ้าขณะเย็บ โดยเฉพาะผ้าสีอ่อนที่จะเห็นรอยคราบเหลืองชัดเจน แนะนำให้หยอดทีละน้อยแล้วค่อยเพิ่มดีกว่าหยอดมากในครั้งเดียว
ใช้น้ำมันผิดประเภทหรือไม่หยอดเลย จะเกิดอะไรขึ้น
หลายคนคิดว่าน้ำมันชนิดไหนก็ใช้แทนกันได้ ขอแค่ลื่นๆ ก็พอ แต่ความจริงแล้วการใช้น้ำมันผิดประเภทอันตรายต่อจักรไม่แพ้การไม่หยอดน้ำมันเลย น้ำมันพืชอย่างน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันถั่วเหลืองเมื่อสัมผัสอากาศและความร้อนจากการเสียดสีเป็นเวลานาน จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจนเหนียวข้นคล้ายยาง จับตัวแข็งในจุดหมุนจนกลายเป็นตัวขัดขวางแทนที่จะเป็นตัวหล่อลื่น
สเปรย์อเนกประสงค์อย่าง WD-40 ก็ไม่เหมาะกับจักรเย็บผ้าเช่นกัน เพราะโดยพื้นฐานมันถูกออกแบบมาเป็นน้ำยาไล่ความชื้นและคลายสนิม ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นระยะยาว ตัวทำละลายในสูตร WD-40 อาจกัดกร่อนบูชทองเหลืองหรือชิ้นส่วนโลหะบางชนิดในจักรอย่างช้าๆ กว่าจะเห็นผลเสียชัดเจนก็อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จนสายเกินจะแก้
ส่วนกรณีไม่หยอดน้ำมันเลย ผลที่ตามมาจะค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามเวลา เริ่มจากจุดหมุนฝืดและมีเสียงดัง ตามด้วยสนิมเกาะตามผิวโลหะโดยเฉพาะในพื้นที่ความชื้นสูงแบบบ้านเรา ต่อมาชิ้นส่วนที่เสียดสีกันโดยตรงจะสึกกร่อนจนเกิดระยะห่างผิดปกติ ทำให้ตะเข็บเบี้ยว ด้ายขาดถี่ และสุดท้ายอาจลุกลามถึงขั้นต้องเปลี่ยนตะขอจับด้ายหรือเพลาทั้งชุด ซึ่งค่าซ่อมสูงกว่าค่าน้ำมันจักรหลายสิบเท่า
น้ำมันจักร (White Oil) ต่างจากน้ำมันหล่อลื่นชนิดอื่นยังไง
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องใช้น้ำมันจักรโดยเฉพาะ ทั้งที่ที่บ้านก็มีน้ำมันหล่อลื่นเอนกประสงค์ น้ำมันเครื่องรถยนต์ หรือจาระบีอยู่แล้ว คำตอบอยู่ที่ความหนืดและความสะอาดของน้ำมัน น้ำมันเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนสูงและมีสารเพิ่มคุณภาพเข้มข้น ซึ่งเข้มข้นเกินความจำเป็นสำหรับกลไกจักรเย็บผ้าที่เป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กและละเอียดกว่ามาก ทำให้น้ำมันเครื่องข้นเกินไปจนไหลเข้าจุดหมุนเล็กๆ ไม่ถึง
จาระบี (grease) ก็ไม่เหมาะเช่นกัน เพราะมีเนื้อข้นหนืดมาก เหมาะกับจุดที่รับแรงกดสูงอย่างตลับลูกปืนขนาดใหญ่ ไม่ใช่จุดหมุนเล็กละเอียดแบบจักรเย็บผ้าที่ต้องการน้ำมันใสไหลลื่นเข้าซอกแคบได้ ส่วนน้ำมันจักรแบบ White Oil ถูกกลั่นให้ใสและหนืดต่ำโดยเฉพาะ ไหลซึมเข้าจุดหมุนเล็กที่สุดได้ดี ไม่ทิ้งคราบเหลือง และไม่ทำปฏิกิริยากับเส้นใยผ้าหรือด้าย จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับงานเย็บผ้าโดยเฉพาะ
บางเกรดของน้ำมันจักรอย่าง White Oil เกรด USP ยังผ่านมาตรฐานความบริสุทธิ์ระดับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยาได้ด้วย เหมาะกับโรงงานที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดเรื่องความสะอาดของน้ำมัน ไม่ปนเปื้อนสารอันตรายที่อาจตกค้างบนเนื้อผ้า โดยเฉพาะผ้าที่ผลิตส่งออกหรือใช้ในอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานควบคุมเข้มงวด
เก็บรักษา น้ำมันจักร และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
น้ำมันจักรแม้จะเป็นน้ำมันแร่ที่ค่อนข้างเสถียร แต่ก็ควรเก็บรักษาให้ถูกวิธีเพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัย ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ห่างจากแสงแดดโดยตรงและความร้อนสูง เพราะความร้อนสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้คุณสมบัติการหล่อลื่นเสื่อมลงก่อนเวลาอันควร
- เก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้องปกติ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความชื้นสูง
- ปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน ป้องกันฝุ่นและความชื้นปนเปื้อน
- เก็บให้พ้นมือเด็ก และไม่ควรนำภาชนะบรรจุน้ำมันจักรไปใช้ใส่อาหารหรือของเหลวชนิดอื่นซ้ำ
- หากน้ำมันหกเลอะพื้น ให้เช็ดทำความสะอาดทันทีเพื่อป้องกันการลื่นล้ม
แม้น้ำมันจักรจะไม่ใช่สารเคมีอันตรายรุนแรง แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังเป็นเวลานานหรือสูดดมไอระเหยในที่อับอากาศ หากใช้งานในโรงงานที่หยอดน้ำมันปริมาณมากเป็นประจำ แนะนำให้สวมถุงมือและทำงานในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
น้ำมันจักรเกรดทั่วไปกับเกรด USP ต่างกันยังไง
น้ำมันจักรเกรดทั่วไปกับเกรด USP ต่างกันที่ระดับความบริสุทธิ์และมาตรฐานการผลิต เกรด USP ผ่านกระบวนการกลั่นและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน United States Pharmacopeia ซึ่งเข้มงวดกว่า เหมาะกับโรงงานที่เย็บผ้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์ หรือเสื้อผ้าเด็ก ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดว่าไม่มีสารตกค้างปนเปื้อนบนเนื้อผ้า ส่วนเกรดทั่วไปก็เพียงพอสำหรับงานเย็บผ้าทั่วไปทั้งที่บ้านและโรงงานส่วนใหญ่แล้ว
ใช้น้ำมันเครื่องยนต์แทน น้ำมันจักร เย็บผ้าได้ไหม
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง น้ำมันเครื่องยนต์และน้ำมันหล่อลื่นทั่วไปมักมีสารเพิ่มคุณภาพ (additive) และความหนืดที่สูงเกินความจำเป็นสำหรับกลไกละเอียดของจักรเย็บผ้า อาจไหลเข้าจุดหมุนเล็กไม่ถึง หรือทิ้งคราบสีเข้มเปื้อนผ้าที่กำลังเย็บ ทางที่ดีที่สุดคือใช้น้ำมันจักรโดยเฉพาะ ซึ่งราคาไม่แพงและหาซื้อได้ทั่วไปอยู่แล้ว ไม่คุ้มที่จะเสี่ยงกับความเสียหายของเครื่องจักรที่ราคาแพงกว่ามาก
จักรรุ่นใหม่ที่บอกว่า “ไม่ต้องหยอดน้ำมัน” จริงไหม
จักรเย็บผ้ารุ่นใหม่บางรุ่นออกแบบให้มีระบบซีลหล่อลื่นในตัว (self-lubricating) จริง ซึ่งช่วยลดความถี่ในการหยอดน้ำมันเองได้มาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องดูแลเลยตลอดอายุการใช้งาน ควรเช็คคู่มือเครื่องว่าผู้ผลิตแนะนำให้นำเข้าศูนย์บริการหรือหยอดน้ำมันเพิ่มเติมทุกกี่ปี และยังคงต้องทำความสะอาดฝุ่นผ้าภายในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพราะฝุ่นคือตัวการหลักที่ทำให้กลไกฝืดได้แม้จะมีระบบหล่อลื่นในตัวแล้วก็ตาม
บทสรุป
จะเห็นได้ว่าน้ำมันจักรแม้เป็นของชิ้นเล็กราคาไม่กี่สิบบาท แต่มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของจักรเย็บผ้าทั้งเครื่อง ทั้งเรื่องเสียงเครื่อง ความลื่นไหลของกลไก และคุณภาพของตะเข็บทุกเส้นที่เย็บออกมา การหยอดน้ำมันให้ถูกชนิด ถูกจุด และถูกความถี่ตามลักษณะการใช้งาน จึงเป็นการลงทุนเล็กๆ ที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนอะไหล่ที่อาจตามมาถ้าปล่อยจักรแห้งเป็นเวลานาน
บริษัท ทรงไทยเท็กซ์ไทล์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายด้ายอุตสาหกรรมและอะไหล่จักรเย็บผ้ามากว่า 60 ปี มี น้ำมันจักร พร้อมส่งทั้งขนาดใช้ในบ้านไปจนถึงถังใหญ่สำหรับโรงงาน หากยังไม่แน่ใจว่าจักรของคุณเหมาะกับน้ำมันเกรดไหน ทักแชทสอบถามทีมงานทรงไทยเท็กซ์ไทล์ได้เลย พร้อมดูอะไหล่จักรเย็บผ้าอื่นๆ






081-766-7977
@songthaitextile
songthaitextile